posted on 11 Aug 2008 21:25 by poonchano
ดีกว่าอยู่ว่างๆเปล่าๆเลยมานั่งหน้าคอมแล้วหาเรื่องพูดคุยกันดีกว่า มีคนที่เข้ามาอ่าน Blog ของผมแล้วเข้าติดตามงานเขียนต่างๆของผมด้วย (ดีใจจังที่มีคนรับรู้และรับฟังถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงคนเดียวเท่านั้น) แค่นี้ก็ดีใจมากๆแล้ว และต้องขอขอบคุณกับทุกคนที่ผ่านเข้ามาด้วยนะครับ อาจจะไม่ได้อะไรออกไปมากมายกับ blog แห่งนี้แต่ผมมีเรื่องราวต่างๆอยากถ่ายทอดให้ฟังนะครับผม......
ตอนนี้คุณอ่านหนังสืออะไรกันอยู่ ถ้าใครเคยอ่าน Entry แรกๆของผม ผมก็จะพูดถึงนิตยสารเล่มหนึ่งที่ผมทั้งชื่นชอบและหลงไหลอย่างบอกไม่ถูก จนบัดนี้ก็ยังอ่านอยู่เหมือนเดิมและจริงมากขึ้น นิตยสารที่พูดถึงก็คือ a day นั้นเอง ตอนนี้ก็ได้ลงอะเดย์ด้วยนะครับผมถึงจะเป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆก็ตาม แต่ก็ยังดีที่มีชื่อของเราอยู่ในนั้นบ้างก็ชื่นใจมากๆแล้ว(ดีใจจัง)
นี้คือหนังสือที่ผมเพิ่งจะได้อ่านจบไปหมาดๆเลยไม่รู้ว่าอาจจะมีคนพูดว่าเล่มนี้มันออกมานานแล้วนะและดั่งมากๆด้วยทำไมถึงเพิ่งจะได้อ่านและเพิ่งจบ บอกตามตรงเลยว่าผมรู้ช้าไปไงงานดีๆอย่างนี้เพิ่งรู้จักได้อย่างไร
บอกราคาและรายลเอียดไว้เลยนะครับเพื่อใครมีความสนใจ เมื่ออ่านจบแล้วอยากบอกว่ามันสนุกมากๆตัวละครก็มีไม่มากมายแต่เนื้อเรื่องสนุกมากๆแปลกและแตกต่างจาก การ์ตูนทั่วไปจริงๆ ชอบสัตว์เลียงของหัวไฟมากๆ ได้ลุ้นดี อิอิ(ไม่บอกหรอกนะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างอยากให้ไปชื้อหาอ่านกันดูไม่ผิดหวังกันแน่นอน)
ชีวิตมันคือการเดินทางถึงแม่ว่ามันจะน่ากลัวก็ตามเราก็ต้องเดินเพื่อผ่านมันไปให้ได้
เอาละแล้วคุณละอ่านอะไรกันอยู่มาบอกเล่าให้ผมฟังบ้างนะครับ......bye สำหรับboom ผมมาเขียน Entry ให้อ่านแล้วนะถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องแมวอย่างที่คุณเคยอ่านและรู้สึกชอบมัน แค่นี้ก็ทำให้ผมมีกำลังเขียน เรื่องราวผ่านโลกอินเตอร์เน็ตต่อไปนะครับผม
posted on 29 Jul 2008 16:04 by poonchano
ฤดูสอบกลางภาคกำลังจะมาถึงแล้ว เตรียมตัวกันบ้างหรือยังทุกๆคนที่กำลังจะสอบ ฤดูแห่งการนอนดึกตื่นสายแล้วไปสอบกำลังจะมา ทำไมนะถึงเป็นอย่างนี้ เจอกับตัวเองเลยครับเพราะตั้งแต่ได้เข้ารั่วมหาวิทยาลัยมาการอ่านหนังสือก็ได้เปลี่ยนแปลงไป เรื่องส่วนตัวนะครับทุกคนอาจจะไม่เป็นเหมือนอย่างผม แต่ก่อนสมัยเรียนอยู่ต่างจังหวัดอ่านนะแต่อ่านน้อยถึงน้อยมาก ติดเกมส์ครับไม่ดีเลย แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีเพราะยังมีจิตสำนึกบ้างว่าอนาคตมึงจะฝากไว้กับเกมส์ที่วันๆเอาแต่เก็บแต้มให้ตัวเองเก่งที่สุด ว้าไม่เอาดีกว่า ใกล้จะจบปีสุดท้ายแล้วต้องสอบเข้ามหาลัยแล้ว ถ้าสอบไม่ติดที่ไหนก็คงต้องทำงานเป็นแน่แท้ ไม่เอาอะยังใช้ชีวิตวัยรุ่นไม่เต็มที่เลย มองไปที่โต๊ะหนังสือแล้วเริ่มอ่านเพื่อที่จะสอบเข้ามหาลัยสักที่ให้ได้อย่างใจหวัง อ่านๆๆๆๆๆๆ ไปสอบติดวะ กูได้เรียนต่อแล้ว.................
นิสัยแบบนี้ก็ได้ติดตัวผมมาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว(จริงหรอไม่รู้จริงอะ) มีความคิดบางอย่างที่ดูดีมากเลยในหัวสมองอันน้อยนิดคือต่อไปนี้นะเมื่อเรียนในห้องเรียนเสร็จกลับหอพักจะอ่านทบทวนเพื่อต่อไปเวลาสอบจะได้ไม่เหนื่อยแต่เพื่อนที่แสนดีของเรา เห่ยไปเที่ยวดีกว่า ผมก็ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า อืม..ไปดิ ทุกอย่างก็ได้เปลี่ยนกิจกรรมที่ว่างไว้อย่างสิ้นเชิง แต่ก็นั้นและถ้าเราได้คิดที่จะทำแล้วเชื่อว่าทุกอย่างมันต้องดีขึ้นได้ในไม่ช้า ให้กำลังใจตัวเองเข้าไว้
และแล้วการสอบครั้งแรกในชีวิตของรั่วมหาวิทยาลัยก็ได้เริ่มขึ้น ตื่นเต้นจัง การเจอเพื่อนใหม่เราย่อมต้องมองว่าคนไหนบ้างที่เราพอจะเพิ่งมันได้ หมายถึงไอ้พวกที่เรียนเก่งๆห้องหนึ่งจะต้องมี1-2คนเป็นอย่างต่ำ ดูน้อยนะแต่ถ้ามันเป็นพวกเราเมื่อไรสบายเป็นบ้า การอ่านหนังสือจะง่ายขึ้นเป็นกรอง พูดอย่างนี้ผมไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวนะที่จะแสร้งแกล้งทำดีกับเพื่อนพวกนี้ แต่เพื่อเพื่อนๆเราทุกคน เด็กๆเก่งเวลาเข้ามาใหม่มันชอบเก็บตัวอ่านคนเดี่ยวก็มันเก่งนะสิมันก็เลยอ่านคนเดียวได้ ผิดกับพวกผมเก่งเป็นบางวิชาเท่านั้นเอง
การติ๋วก็ได้เริ่มขึ้น ทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตากันน่าดู ณ สถานที่แห่งหนึ่งกลางหมู่บ้านหอพักนักศึกษาหลังมหาลัย เป็นเวลาอันเหมาะสม 20.30 น สีหน้าของแต่ละคนในวันนี้เต็มเปลี่ยมไปด้วยคำถามมากมายอยู่ในหัวสมองของพวกมัน ทำไมเวลาสงสัยอะไรในชั่วโมงเรียนไม่ยอมถามอาจารย์กัน สงสัยอาย อายกับโง่เลือกอะไรดีนะ เทพมาแล้ว พวกผมจะเรียกพวกที่เรียนเก่งๆว่าเทพจุติ เพราะพวกนี้แมร่งเหมือนมีบารมีส่องแสงอย่างประกาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้อันสุดแสนมีความสุขไร้ความทุกข์จริงๆเลย อิจฉา ผิดกับพวกผมที่ใบหน้ามีแต่ความเคร่งเครียดสงสัยทุกข์ใจว่ากูทำไม่ได้แน่เลย ทั้งๆที่ยังไม่ได้สอบก็กลัวไปครึ่งหนึ่งแล้ว
เริ่มติ๋วคำถามมากมายถามเพื่อนเทพกันใหญ่ เพื่อนมันก็ตอบให้จนหมดเปลือก หายสงสัยผมก็เช่นกันแต่มีข้อแม้ว่าเราต้องอ่านมาบ้างแล้วนะถ้าไม่ได้อ่านมาอาจจะงงก็เป็นได้ ส่วนใหญ่แล้วเพื่อนๆในกลุ่มจะอ่านกันมาบ้างแล้วเพื่อที่จะได้ไวขึ้นแล้วอีกอย่างไม่เหนื่อยคนติ๋วด้วย อ่านมาก่อนแล้วจดอะไรที่สงสัยที่เราคิดไม่ออกเอามาถามเพื่อนรับลองว่าการอ่านจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เวลาก็ผ่านไปดึกพอสมควรเที่ยงคืนกว่าแล้วง่วงมากพวกเราก็จะแยกย้ายกันไปนอนพักผ่อนสมองที่เหนื่อยล้าเพื่อพรุ่งนี้จะได้ตื่นมาสอบตอนบ่ายโมงอย่างสดชื่น ก่อนสอบก็อ่านสักหน่อยกันลืมอ่านตรงหน้าห้องสอบกันเลย ถึงเวลาเข้าห้องสอบแล้วโชดดีคือข้อสอบตรงกับที่เราอ่านมา โชคร้ายข้อสอบยากมากจนทำไม่ได้ก็ไม่ต้องเสียใจไป เราอ่านมาแล้วดูมาแล้วทำไปในส่วนที่เราทำได้ก็ภูมิใจแล้ว ปลายภาคค่อยเอาใหม่
เหนื่อยพิมพ์และถ้ามีเรื่องเกี่ยวกับการสอบครั้งนี้ก็จะมาเขียนต่อนะครับ ขอตัวอ่านหนังสือวิชาต่อไปก่อน
.......................................
(มีหนังสือเล่มนี้เป็นเพื่อนย้ามที่คิดอะไรไม่ค่อยออก)
posted on 11 Jul 2008 15:01 by poonchano
การทำอะไรสักอย่างเพื่อให้งานชิ้นนั้นสำเร็จขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุดและถูกใจเรามากที่สุดนั้น มันต้องอยู่ที่กำลังใจและก็แรงบันบาลใจทั้งสิ้น ย้อนกลับมามองตัวเองที่กำลัง งงๆชีวิตอยู่ว่าแนวทางของความคิดจะเป็นไปในรูปแบบไหนกันดี ทั้งเรื่องเรียนที่กำลังวุ่นวายอยู่ ณ ปัจจุบัน แต่ผมไม่ได้อยากให้ทุกคนที่กำลังเรียนอยู่คิดอย่างผมไปซะหมดนะครับเพราะเรื่องของการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ผมประสบปัญหาอยู่นี้คือการแบ่งเวลาที่ไม่ลงตัวเอาเสียเลย
1.จะเรียนหรือจะทำงาน(สองอย่างเลยดีไหม) ปีสุดท้ายแล้วย่อมมีความรู้สึกดีใช่ไหมครับเพราะว่ากำลังจะจบเป็นบัณฑิตใหม่ในอนาคต แต่จะอยู่ถึงวันนั้นได้อย่างไร ถ้าตัวเราไม่มีเงิน อะๆๆ เด็กเรียนเก็บก็อย่างนี้และครับกู้เงินการศึกษาเกินหลักสูตรไม่ได้ สบายมาได้ 2 ปีกว่าๆเอง ผมเรียนต่อเนื่องนะครับหลักสูตร 2ปี ปีสุดท้ายเลยกลายเป็นว่ามีปัญหามากที่สุด ก็เลยต้องหาทางออกโดยการรับงาน Job เล็กๆชั่วคราวไปก่อนก็แล้วกัน ไม่ให้คิดมากทั้งเรื่องเรียนและเรื่องงาน ให้มันไปพร้อมๆกันอย่างลงตัวมากที่สุด และสองอย่างนี้ก็จะไม่เสียด้วย ผมเป็นคนที่โชคอาจจะดีอยู่บ้างที่บริษัทที่ผมรับงานเขาทำรู้จักและสนิทสนมกันเป็นอย่างดี แหะๆๆรอดตัวไป
การที่เราว่างแผนให้มันดี อะไรๆมันก็จะดีเสมอผมเชื่ออย่างนั้น การที่ต้องมานั่งคิดอะไรมากๆจากเรื่องเล็กๆก็อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ วิธีคิดอีกอย่างหนึ่งของผมก็คือ มองจุดหมายที่หวังไว้ให้ชัดเจนมากที่สุดและก็เดินไปให้ได้
ปล. และนั้นก็คือความสำเร็จ